ผู้นำในบทบาท “ผู้พิทักษ์กรอบงาน”: ปกป้องกติกา ไม่ใช่บังคับใช้

ผู้นำที่แท้จริงไม่ได้ขับเคลื่อนองค์กรด้วยอำนาจ แต่ด้วย “กรอบงาน” ที่เขาปกป้อง

กฎ มาตรฐาน และวิธีการคือโครงสร้างที่ทำให้องค์กรทำงานได้อย่างรวดเร็ว ชัดเจน และไร้ความกำกวม

เมื่อกรอบงานเริ่มสึกหรอ ทุกอย่างจะกลายเป็นการต่อรอง การตีความ และความไม่แน่นอน ส่งผลให้ประสิทธิภาพลดลงทันที

 

บทบาทของผู้นำในฐานะผู้พิทักษ์กรอบงานประกอบด้วย 3 ด้าน:

 

  1. รักษาความสอดคล้องของกฎเกณฑ์

    กฎจะมีความหมายก็ต่อเมื่อถูกปฏิบัติจริง

    หน้าที่ของผู้นำไม่ใช่เพิ่มกฎใหม่ แต่ทำให้แน่ใจว่ากฎที่มีอยู่ถูกปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ

    กรอบงานที่สอดคล้องช่วยลดความกำกวมและทำให้พฤติกรรมเสถียร

  2. ปรับปรุงกรอบงานให้ทันกับความจริง

    การปกป้องกรอบงานไม่ใช่การตรึงมันไว้

    แต่คือการปรับเมื่อข้อมูล ประสบการณ์ หรือการเติบโตขององค์กรเรียกร้อง

    ผู้นำที่ไม่เคยปรับกฎสร้างความแข็งตัว

    ผู้นำที่ปรับบ่อยเกินไปสร้างความไม่นิ่ง

    สมดุลที่ดีคือกรอบงานที่ “ชัดเจนและทันสมัย”

  3. ป้องกันไม่ให้ข้อยกเว้นกลายเป็นมาตรฐานใหม่

    ข้อยกเว้นที่ยอมให้เกิดซ้ำจะทำลายโครงสร้าง

    ผู้นำต้องไม่ปล่อยให้การยกเว้นเป็นเรื่องปกติ

    ข้อยกเว้นต้องเกิดจากเหตุผล ไม่ใช่ความเคยชิน

 

เมื่อกรอบงานชัดเจนและได้รับการปกป้อง ทีมจะมีอิสระมากขึ้น

พวกเขารู้ว่าตัดสินใจอย่างไร ทำอะไรได้แค่ไหน และขอบเขตอยู่ตรงไหน

การควบคุมจะลดลง เพราะระบบแข็งแรงด้วยตัวเอง

 

ผู้นำที่ปกป้องกรอบงานไม่ใช่ผู้ควบคุม

แต่เป็นผู้สร้างโครงสร้าง

และองค์กรที่มีโครงสร้างแข็งแรง ไม่จำเป็นต้องถูกจับตาใกล้ชิด