ผู้นำที่แท้จริงไม่ได้ขับเคลื่อนองค์กรด้วยอำนาจ แต่ด้วย “กรอบงาน” ที่เขาปกป้อง
กฎ มาตรฐาน และวิธีการคือโครงสร้างที่ทำให้องค์กรทำงานได้อย่างรวดเร็ว ชัดเจน และไร้ความกำกวม
เมื่อกรอบงานเริ่มสึกหรอ ทุกอย่างจะกลายเป็นการต่อรอง การตีความ และความไม่แน่นอน ส่งผลให้ประสิทธิภาพลดลงทันที
บทบาทของผู้นำในฐานะผู้พิทักษ์กรอบงานประกอบด้วย 3 ด้าน:
-
รักษาความสอดคล้องของกฎเกณฑ์
กฎจะมีความหมายก็ต่อเมื่อถูกปฏิบัติจริง
หน้าที่ของผู้นำไม่ใช่เพิ่มกฎใหม่ แต่ทำให้แน่ใจว่ากฎที่มีอยู่ถูกปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ
กรอบงานที่สอดคล้องช่วยลดความกำกวมและทำให้พฤติกรรมเสถียร
-
ปรับปรุงกรอบงานให้ทันกับความจริง
การปกป้องกรอบงานไม่ใช่การตรึงมันไว้
แต่คือการปรับเมื่อข้อมูล ประสบการณ์ หรือการเติบโตขององค์กรเรียกร้อง
ผู้นำที่ไม่เคยปรับกฎสร้างความแข็งตัว
ผู้นำที่ปรับบ่อยเกินไปสร้างความไม่นิ่ง
สมดุลที่ดีคือกรอบงานที่ “ชัดเจนและทันสมัย”
-
ป้องกันไม่ให้ข้อยกเว้นกลายเป็นมาตรฐานใหม่
ข้อยกเว้นที่ยอมให้เกิดซ้ำจะทำลายโครงสร้าง
ผู้นำต้องไม่ปล่อยให้การยกเว้นเป็นเรื่องปกติ
ข้อยกเว้นต้องเกิดจากเหตุผล ไม่ใช่ความเคยชิน
เมื่อกรอบงานชัดเจนและได้รับการปกป้อง ทีมจะมีอิสระมากขึ้น
พวกเขารู้ว่าตัดสินใจอย่างไร ทำอะไรได้แค่ไหน และขอบเขตอยู่ตรงไหน
การควบคุมจะลดลง เพราะระบบแข็งแรงด้วยตัวเอง
ผู้นำที่ปกป้องกรอบงานไม่ใช่ผู้ควบคุม
แต่เป็นผู้สร้างโครงสร้าง
และองค์กรที่มีโครงสร้างแข็งแรง ไม่จำเป็นต้องถูกจับตาใกล้ชิด