ภาระงานล้นไม่ได้ทดสอบ “ประสิทธิภาพ” ขององค์กร
มันทดสอบ “ความมั่นคง” ของระบบ
เมื่อปริมาณงานเกินขีดความสามารถ ทีมงานไม่ได้ต้องการคำสั่งเพิ่ม
พวกเขาต้องการ “จุดยึดที่ชัดเจน”
หากไม่สร้างความมั่นคง ภาระงานล้นจะก่อให้เกิดความเบี่ยงเบนแบบมองไม่เห็น:
เร่งโดยไม่จำเป็น การตัดสินใจลนลาน ลำดับความสำคัญขัดแย้งกัน ความไม่สอดคล้องภายใน
การทำให้ระบบมั่นคงต้องอาศัยกลไก 4 ข้อ
-
ลดความซับซ้อนทางความคิด ไม่ใช่ภาระงานจริง
ความไม่แน่นอนทำให้ภาระงานล้นรุนแรงขึ้น
เมื่อทีมไม่รู้ว่าอะไรสำคัญที่สุด ภาระที่ “รู้สึกได้” เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
ผู้นำสร้างความมั่นคงด้วยการกำหนดให้ชัดเจนว่า:
• อะไรเร่งด่วน
• อะไรรอได้
• อะไรต้องหยุดไว้ก่อน
การตัดสินใจที่เรียบง่ายช่วยลดแรงกดดันทันที
-
กำหนดจังหวะการทำงานที่คงที่
ระบบที่ล้นจะไม่มั่นคงหากจังหวะเปลี่ยนตลอดเวลา
ความมั่นคงเกิดจากจังหวะที่แน่นอน:
ประชุมสั้น ตัดสินใจเร็ว ส่งสัญญาณกลับสม่ำเสมอ
จังหวะสร้าง “กรอบ”
กรอบสร้าง “ความปลอดภัย”
-
ปกป้องจุดวิกฤตของกระบวนการ
เมื่อภาระงานล้น ไม่ใช่ทุกขั้นตอนสำคัญเท่ากัน
บางจุดคือแกนหลัก: หากพัง ทั้งระบบพัง
ต้องระบุจุดเหล่านี้และกันออกจากเสียงรบกวนรอบข้าง
เพื่อหยุดเอฟเฟกต์โดมิโน
-
หยุดการตัดสินใจแบบเร่งด่วนตามอารมณ์
เมื่อกดดัน องค์กรจะเร่งความเร็วเพื่อชดเชย
แต่การเร่งแบบไร้ระบบสร้างปัญหาใหม่:
• ข้อผิดพลาด
• งานแก้ไขซ้ำ
• ภาระงานเอกสารที่ท่วม
บทบาทของผู้นำคือชะลอสิ่งที่ต้องชะลอ
เพื่อไม่ให้ภาระงานล้นทำลายความสอดคล้องของระบบ
การทำให้มั่นคงไม่ใช่การชะลอ
แต่คือการป้องกันไม่ให้ปัญหาชั่วคราวกลายเป็นวิกฤตถาวร
องค์กรที่มั่นคงไม่ได้ผลิตมากกว่า
แต่ผลิตเฉพาะสิ่งสำคัญ โดยไม่ล้มกลางทาง