หลายองค์กรใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือควบคุม
เพิ่มการตรวจสอบ ประวัติ ขั้นตอน และการติดตามอย่างละเอียด
ผลลัพธ์คือระบบที่หนัก อึดอัด และไม่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพ
ระบบที่ดีไม่ต้องการความสนใจมากขึ้น
แต่ช่วยให้มีสมาธิมากขึ้นกับงานที่สำคัญจริง
แก่นของดิจิทัลที่มีคุณค่า คือแนวคิดง่ายๆ
ยิ่งสมองใช้เวลากับขั้นตอนน้อยลง ยิ่งใช้เวลากับการลงมือทำมากขึ้น
-
ภาระทางใจหนักกว่าปริมาณงานจริง
ทีมงานไม่ได้เหนื่อยเพราะงาน
แต่เหนื่อยเพราะ
• การตัดสินใจเล็กๆ นับไม่ถ้วน
• การตรวจสอบที่ไม่จำเป็น
• หน้าจอหรือขั้นตอนที่ไม่สอดคล้อง
• ความกลัวว่าจะทำผิด
• กฎที่ไม่เคยอธิบายให้ชัดเจน
การลดภาระทางใจทำให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นจริง
-
การเฝ้าดูไม่ได้สร้างคุณภาพ ความชัดเจนต่างหากที่สร้าง
ระบบที่ไม่ดีต้องเพิ่มการควบคุมเพราะทำให้งาน “อ่านง่าย” ไม่ได้
ต้องคอยดู เพราะไม่ได้อธิบาย
ต้องคอยตรวจ เพราะไม่ได้จัดโครงสร้างให้ดี
ระบบที่ดีทำให้ชัดเจนว่า
• ต้องทำอะไร
• ต้องทำเมื่อไร
• ต้องทำลำดับใด
• มีความเสี่ยงอะไรบ้าง
เมื่อทุกอย่างชัด การควบคุมก็แทบไม่จำเป็น
-
ทีมควรใช้ความคิดกับงาน ไม่ใช่ใช้ความคิดเพื่อเข้าใจระบบ
ระบบที่ดี
• ชี้นำ
• เตือนล่วงหน้า
• ทำให้งานง่ายขึ้น
• ทำงานอัตโนมัติในสิ่งที่ไม่ต้องคิด
• เปิดพื้นที่ให้มนุษย์จัดการสิ่งที่ซับซ้อน
ถ้าทีมต้องใช้ความพยายามเพื่อเข้าใจวิธีใช้ระบบ นั่นไม่ใช่ปัญหาการอบรม
แต่คือปัญหาการออกแบบ
-
ความเชื่อมั่นในการทำงานเกิดจากความลื่นไหล ไม่ใช่การควบคุม
ระบบที่ยิ่งลื่นไหล ทีมยิ่งตัดสินใจได้ดี
ระบบที่กดดัน ทีมยิ่งตัดสินใจแบบป้องกันตัว
เป้าหมายของระบบไม่ใช่การควบคุมพฤติกรรมของคน
แต่คือการช่วยให้ทำงานได้โดยไม่สร้างภาระทางใจ
ระบบที่ดีปกป้องสมองมนุษย์
ระบบที่แย่ทำให้สมองเหนื่อยล้าอย่างต่อเนื่อง
เทคโนโลยีจะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อมันทำให้องค์กร “เบา” ขึ้นจริง